วันอังคารที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

รายละเอียดเกี่ยวกับ Cert CCNA CCNA
เป็น Cert สำหรับผู้ที่ต้องการสอบเพียงข้อสอบเดียวแล้วได้รับ Cert เลยทันที ข้อสอบ CCNA (640-801) จะมีเนื้อหาครอบคลุมไปถึงหลักสูตร Interconnection Cisco Network Devices (ICND) เช่นเดียวกับหลักสูตร Introduction to Cisco Networking Technologies (INTRO)ผู้ที่ผ่านการสอบจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีความรู้และ ความสามารถในการคัดเลือกอุปกรณ์, ติดตั้ง, ปรับแต่ง, หรือ แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับอุปกรณ์ประเภทต่างๆของ Cisco เนื้อหาของข้อสอบยังรวมไปถึง Extending Switched Networks with VLANS, Determing IP Routes, Managine IP traffic with Access Lists, Establishing Point-to-Point conntections, และ Establishing Frame Relay connections.CCNA เน้นไปในทางผู้ที่มีความเชี่ยวชาญไปทางด้านการ support ระบบที่ได้มีการติดตั้งไว้อยู่แล้ว ซึ่งต่างจาก Cert อีกตัวนึงที่เป็น Cert พื้นฐานของ Cisco เหมือนกัน คือ CCDA (Cisco Certification Design Associate) เนื่องจาก CCDA เป็น Cert ที่เน้นไปในทางผู้ที่ต้องการเป็นผู้ที่มีความสามารถในการออกแบบระบบให้กับองค์กร ซึ่ง Cert 2 ตัวนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการไต่เต้าขึ้นไปใน track ที่ต่างกัน แต่สำหรับท่านใดที่ต้องการไปสอบ CCDA ทางทีมงาน Thaiitcertify.com ขอแนะนำให้ท่านลองไปสอบ CCNA ให้ผ่านก่อนจะดีกว่า เนื่องจากผู้ที่จะสามารถออกแบบระบบได้ดี ควรมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการทำงานของระบบก่อน และ จะให้ดีควรจะมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาระบบให้ได้ เพราะจะทำให้ท่านทราบปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นก่อนที่จะไปออกแบบระบบให้กับองค์กรผู้ที่ต้องการสอบผ่าน CCNA ควรมีความรู้แน่นๆ ใน 7 เรื่องหลักๆRouting LAN / WAN Switching OSI Reference IOS WAN Protocols Network Security Network Protocols อย่างน้อยคุณควรมีความรู้เกี่ยวกับ Protocols เหล่านี้IP IGRP IPX Serial Appletalk Frame Relay IP RIP VLANS RIP Ethernet Access Lists สำหรับ CCNA นี้มี 2 ทางเลือกในการสอบ นั่นคือ สอบผ่านวิชา640-801 CCNAหรือ640-821 INTRO และ 640-811 ICNDสำหรับผู้ที่เลือกสอบ 640-801 จะเน้นไปทางด้านการท่องหนังสือเพื่อไปสอบหรือผู้ที่เตรียมสอบโดยการใช้ tools ในการทดสอบต่างๆ แต่สำหรับผู้ที่เลือกสอบ 640-821 INTRO + 640-811 ICND จะเป็นกลุ่มที่เรียนทางสาย Network มาโดยตรงและเน้นการปฏิบัติเป็นหลัก มากกว่าการท่องจากหนังสือ เพราะการเลือกทางเลือกนี้จะเป็นการสอบโดยเน้น Lab เป็นหลักกรูอบรม ICND แล้ว เด๋วต่อด้วย CCNA

วันจันทร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ตำแหน่งงานด้านIT

ธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม
ปัจจุบันบริษัทดำเนินกิจการผลิตและส่งออกปลาทูน่าบรรจุกระป๋อง มีกำลังการผลิตประมาณ 400 เมตริกตันต่อวัน พร้อมกับจำนวนพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถ และมีประสิทธิภาพในการทำงานทั้งชายและหญิงจำนวน 6,000 คน ซึ่งถือได้ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ในวันนี้บริษัทมีทุนจดทะเบียน แล้วจำนวน 300 ล้านบาท เปิดรับสมัครบุคลากรที่มีความสามารถเข้ามาร่วมงานหลายตำแหน่ง ผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์ซีเล็คเป็นผลิตภัณฑ์ที่นำวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ผ่านกระบวนการผลิตในระบบมาตรฐานสากลภายใต้การจัดจำหน่ายโดย บริษัท ธีร์ โฮลดิ้ง จำกัด
พนักงาน Applications Support Factory (ประจำฝ่าย IT โรงงานจังหวัดสมุทรสาคร)
รายละเอียด
-
คุณสมบัติ
เพศชาย หรือ เพศหญิง
ประสบการณ์ 1 ปีขึ้นไป
วุฒิปริญญาตรี สาขาคอมพิวเตอร์ หรือสาขาที่เกี่ยวข้อง
อายุ 23 ปีขึ้นไป
มีประสบการณ์ในการทำงานอย่างน้อย 1 ปี
เคยผ่านงานทางด้าน Programming , Applications Software
มีความเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดีทั้งด้านการอ่าน เขียน , สามารถไปอยู่ประจำที่จังหวัดสมุทรสาคร
หากมีความรู้ด้านการเขียนโปรแกรมภาษา ABAP/4 จะพิจารณาเป็นพิเศษ
เงินเดือน
ตามความสามารถ
สวัสดิการ
1.โบนัส
2. ปรับเงินเดือนประจำปี
3.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
4.ประกันชีวิตหมู่
5.จัดนำเที่ยวประจำปี
6.งานเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี
7.ประกันสังคม
8.เงินช่วยงานมงคลสมรส
9.ค่ารักษาพยาบาล
10. ฟิตเนส
11.เงินร่วมทำบุญงานศพ
12.ชุดฟอร์มพนักงาน
13.ตรวจสุขภาพประจำปี
สถานที่ทำงาน
เมืองสมุทรสาคร สมุทรสาคร
รายละเอียดเพิ่มเติม
-
ที่อยู่ บริษัท ไทยรวมสินพัฒนาอุตสาหกรรม จำกัด (Thai Union Manufacturing Co.,Ltd.)สำนักงาน : 979/13-16 ชั้นเอ็ม อาคารเอส เอ็ม ทาวเวอร์ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400โรงงาน : 30/2 หมู่ที่ 8 ถนนเศรษฐกิจ 1 ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร 74000 พญาไท กรุงเทพมหานครเบอร์ติดต่อ: 022980024อีเมล: kanjana_ni@thaiunion.co.thแฟกซ์: 022980443

วันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

router คือ


Router คืออะไร
RouterRouter เป็นอุปกรณ์ที่ซับซ้อนกว่า Bridge โดยทำงานเสมือนเป็นเครื่องหรือ node หนึ่งใน LAN ซึ่งจะทำหน้าที่รับข้อมูลเข้ามาแล้วส่งต่อไปยังปลายทาง โดยอาจส่งในรูปแบบของ packet ที่ต่างออกไป เพื่อไปผ่านสายสัญญาณแบบอื่นๆ เช่น สายโทรศัพท์ที่ต่อผ่านโมเด็มก็ได้ ดังนั้นจึงอาจใช้ Router ในการเชื่อมต่อ LAN หลายแบบเข้าด้วยกันผ่าน WAN ได้ด้วย และเนื่องจากการที่มันทำตัวเสมือนเป็น node หนึ่งใน LAN นี้ยังทำให้มันสามารถทำงานอื่นๆได้อีกมาก เช่น รวบรวมข้อมูลเพื่อหาเส้นทางที่ดที่สุดในการส่งข้อมูลต่อหรือตรวจสอบข้อมูลที่เข้ามานั้นมาจากไหน ควรจะให้ผ่านหรือไม่ เพื่อช่วยในเรื่องการรักษาความปลอดภัยด้วย การทำงานของ Routerสิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง Bridge กับ Router คือ Bridge ทำงานในระดับ Data Link Layer คือจะใช้ข้อมูล station address ในการทำงานส่งข้อมูลไปยังที่ใดๆ ซึ่งหมายเลข station address นี้มีการกำหนดมาจากฮาร์ดแวร์หรือที่ส่วนของ Network Interface Card (NIC) และถูกกำหนดมาเฉพาะตัวจากโรงงานไม่ให้ซ้ำกัน ถ้ามีการเปลี่ยน NIC นี้ไป ก็จำทำให้ station address เปลี่ยนไปด้วย ส่วน Network Layer address ในกการส่งผ่านข้อมูลโปรโตคอลของเครือข่ายชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น IPX, TCP/IP หรือ AppleTalk ซึ่งจะเป็นโปรโตคอลที่ทำงานใน Network Layer การกำหนด Network address ทำได้โดยผู้ดูแลระบบเครือข่ายนั้น ทำให้สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ง่าย และสามารถใช้อุปกรณ์ Router เชื่อมโยงเครือข่ายที่แยกจากกันให้สามารถส่งผ่านข้อมูลร่วมกันได้และทำให้เครือข่ายขยายออกไปได้เรื่อยๆหน้าที่หลักของ Router คือการหาเส้นทางในการส่งผ่านข้อมูลที่ดีที่สุด และเป็นตัวกลางในการส่งต่อข้อมูลไปยังเครือข่ายอื่น ทั้งนี้ Router สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายที่ใช้สื่อสัญญาณหลายแบบแตกต่างกันได้ไม่ว่าจะเป็น Ethernet, Token Rink หรือ FDDI ทั้งๆที่ในแต่ละระบบจะมี packet เป็นรูปแบบของตนเองซึ่งแตกต่างกัน โดยโปรโตคอลที่ทำงานในระดับบนหรือ Layer 3 ขึ้นไปเช่น IP, IPX หรือ AppleTalk เมื่อมีการส่งข้อมูลก็จะบรรจุข้อมูลนั้นเป็น packet ในรูปแบบของ Layer 2 คือ Data Link Layer เมื่อ Router ได้รับข้อมูลมาก็จะตรวจดูใน packet เพื่อจะทราบว่าใช้โปรโตคอลแบบใด จากนั้นก็จะตรวจดูเส้นทางส่งข้อมูลจากตาราง Routing Table ว่าจะต้องส่งข้อมูลนี้ไปยังเครือข่ายใดจึงจะต่อไปถึงปลายทางได้ แล้วจึงบรรจุข้อมูลลงเป็น packet ของ Data Link Layer ที่ถูกต้องอีกครั้ง เพื่อส่งต่อไปยังเครือข่ายปลายทาง

การทำงานของ Router
สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง Bridge กับ Router คือ Bridge ทำงานในระดับ Data Link Layer คือจะใช้ข้อมูล station address ในการทำงานส่งข้อมูลไปยังที่ใดๆ ซึ่งหมายเลข station address นี้มีการกำหนดมาจากฮาร์ดแวร์หรือที่ส่วนของ Network Interface Card (NIC) และถูกกำหนดมาเฉพาะตัวจากโรงงานไม่ให้ซ้ำกัน ถ้ามีการเปลี่ยน NIC นี้ไป ก็จำทำให้ station address เปลี่ยนไปด้วย ส่วน Network Layer address ในกการส่งผ่านข้อมูลโปรโตคอลของเครือข่ายชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น IPX, TCP/IP หรือ AppleTalk ซึ่งจะเป็นโปรโตคอลที่ทำงานใน Network Layer การกำหนด Network address ทำได้โดยผู้ดูแลระบบเครือข่ายนั้น ทำให้สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ง่าย และสามารถใช้อุปกรณ์ Router เชื่อมโยงเครือข่ายที่แยกจากกันให้สามารถส่งผ่านข้อมูลร่วมกันได้และทำให้เครือข่ายขยายออกไปได้เรื่อยๆหน้าที่หลักของ Router คือการหาเส้นทางในการส่งผ่านข้อมูลที่ดีที่สุด และเป็นตัวกลางในการส่งต่อข้อมูลไปยังเครือข่ายอื่น ทั้งนี้ Router สามารถเชื่อมโยงเครือข่ายที่ใช้สื่อสัญญาณหลายแบบแตกต่างกันได้ไม่ว่าจะเป็น Ethernet, Token Rink หรือ FDDI ทั้งๆที่ในแต่ละระบบจะมี packet เป็นรูปแบบของตนเองซึ่งแตกต่างกัน โดยโปรโตคอลที่ทำงานในระดับบนหรือ Layer 3 ขึ้นไปเช่น IP, IPX หรือ AppleTalk เมื่อมีการส่งข้อมูลก็จะบรรจุข้อมูลนั้นเป็น packet ในรูปแบบของ Layer 2 คือ Data Link Layer เมื่อ Router ได้รับข้อมูลมาก็จะตรวจดูใน packet เพื่อจะทราบว่าใช้โปรโตคอลแบบใด จากนั้นก็จะตรวจดูเส้นทางส่งข้อมูลจากตาราง Routing Table ว่าจะต้องส่งข้อมูลนี้ไปยังเครือข่ายใดจึงจะต่อไปถึงปลายทางได้ แล้วจึงบรรจุข้อมูลลงเป็น packet ของ Data Link Layer ที่ถูกต้องอีกครั้ง เพื่อส่งต่อไปยังเครือข่ายปลายทาง
คำสั่งพื้นฐานการกำหนดค่า Router

> Router / / โหมด UserRouter> เปิดใช้งาน / / ใส่โหมดสิทธิพิเศษหากรหัสผ่านใด ๆ เพียงแค่ป้อนRouter # / / โหมดมีสิทธิ์Router #? / / แสดงคำสั่งใช้ได้ ปิด Router # / / โหมดผู้ใช้กลับ Router linux hostname # / / ชื่อชุด router linux linux #Router ประวัติแสดง # / / Show last 10 คำสั่ง Router # ขนาดประวัติ terminal 15 / / เพิ่มจำนวนถึง 15 คำสั่งล่าสุดRouter # กำหนดค่า terminal / / โหมดรุกการตั้งค่า * เราจะตั้งค่า 0 interface, กำหนด ip และ / 24 หน้ากากและหลังจากเปลี่ยนสถานะเพื่อ UP กับคำสั่งในการปิดระบบRouter # กำหนดค่า terminalRouter (config - if) interface ethernet # 0Router (config - if) # ip address 192.168.2.1 255.255.255.0Router (config - if) # no shutdownRouter # copy startup - config ทำงาน config / / RAM ค่าคัดลอกไปยัง NVRAMRouter # banner motd * เฉพาะการเข้าถึงอำนาจ * / / เพิ่ม banner กล่าวอนุญาตเท่านั้นเข้าถึง/ / เรากำหนดรหัสผ่านเพื่อเข้าคอนโซล :Router (config - if) # line console 0 Router (config - line) # loginRouter (config - line) # password your_pass/ / เราสามารถเข้าผ่านทาง telnet Router vty line # 0 4 Router (config - line) รหัสผ่าน รหัสผ่าน/ / Let 's ใช้รหัสผ่านสำหรับโหมดสิทธิพิเศษRouter (config) # เปิดความลับ your_pass/ / Let 's ลบรหัสผ่าน Router (config) # ไม่ใช้ความลับ your_passผู้แสดง Router # / / ผู้แสดงที่มีการเชื่อมต่อ telnet Router # สายชัดเจน จำนวน / drop telnet ผู้ใช้เชื่อมต่อRouter # show flash / QDE หน่วยความจำแสดงRouter รุ่นแสดง # / / แสดง IOS versionRouter # show ใช้ - config / / แสดงใช้ RAM configTFTP สำเนา Router # config ทำงาน / / คัดลอกการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ TFTP Router แสดง # หน่วยความจำ / หน่วยความจำแสดงRouter # show interfaces / แสดงสถานะของการเชื่อมต่อRouter # show ip เส้นทาง / / แสดงเส้นทางRouter # exit / / Log off